ข่าวลิเวอร์พูล ล่าสุด รวมทุกข่าว ทุกความเคลื่อนไหว ไฮไลท์ ทุกเกมการแข่งขัน

ดิอ็อกซ์ฟอร์มอย่างหรู!! ลิเวอร์พูล บุกไล่ทุบ พาเลซ 3-1 จี้แมนซิฯ 9 แต้ม

24 มกราคม 2565, 10:25 น.  ·  330


ดิอ็อกซ์ฟอร์มอย่างหรู!! ลิเวอร์พูล บุกไล่ทุบ พาเลซ 3-1 จี้แมนซิฯ 9 แต้ม

ข่าวลิเวอร์พูล ล่าสุด ไฮไลท์การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลิเวอร์พูล บุกไปเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 3-1 โดยได้ ฟาบินโญ่ ที่มาซัดจุดโทษตอกฝาโลงในช่วงท้ายเกมส่ง หงส์แดง เก็บเพิ่มเป็น 48 คะแนนบีบช่องว่างจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหลือเพียง 9 คะแนนเท่านั้น

 

  เปิดฉากครึ่งแรกมา ลิเวอร์พุล เดินเกมบุกใส่ทันที และมาได้โอกาสลุ้นก่อนในนาทีที่ 5 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน จ่ายย้อนมาที่หน้าเขตโทษให้ เคอร์ติส โจนส์ กึ่งยิงกึ่งผ่านแต่บอลแรงเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว สองนาทีถัดมา ลิเวอร์พูล ลุ้นต่อเนื่อง โฌแอล มาติป เก็บบอลได้ที่แถวสองก่อนแตะต่อให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กดเน้นๆหน้าเขตโทษ บิเซนเต้ ไกวต้า ต้องอองแรงพุ่งปัดทิ้งออกมา 

จนกระทั่งนาทีที่ 8 ความพยายามของ ลิเวอร์พูล ก็มาสัมฤทธิ์ผลขึ้นนำเร็ว 1-0 จากจังหวะเตะมุมทางฝั่งซ้าย โรเบิร์ตสัน เปิดมาเข้าหัว เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ โฉบมาโขกเน้นๆส่งบอลตุงตาข่าย 

เกมรุกของ ลิเวอร์พูล ยังกระหน่ำมาเป็นพายุ นาที 12  โรเบิร์ตสัน ตักบอลไปที่เสาไกลให้ แชมเบอร์เลน สอดมายิงโล่งๆแต่บอลไปเข้าข้างตาข่าย 

นาทีที่ 24 ลิเวอร์พูล หวิดได้ลูกสองจากจังหวะขึ้นเกมมาทางฝั่งซ้ายบอลมาถึง ฟีร์มีโน่ ในเขตโทษก่อนจะไหลย้อนให้ ฟาบินโญ่ วิ่งมากดด้วยขวาเน้นๆบอลข้ามคานไปนิดเดียวเท่านั้น 

จากนั้นนาที 32 สกอร์หนีห่างเป็น 2-0 จนได้เมื่อ โรเบิร์ตสัน ตักบอลไปที่เสาไกลให้ แชมเบอร์เลน จับก่อนหนึ่งจังหวะแล้วตั้งป้อมซัดด้วยซ้ายโล่งๆยัดเสาแรกไปแบบง่ายๆ     

พาเลซ นานจะได้สวนกลับมาบ้างและเกือบตามตีไข่แตกได้ในนาทีที่ 39 จากจังหวะที่ โฌแอล มาติป จ่ายบอลในแนวรับพลาดบอลไปเข้าทาง ไมเคิ่ล โอลิเซ่ ได้บอลในเขตโทษได้ซัดคนเดียวโล่งๆ แต่ยังติดเซฟ อลิสซง เบ็คเกอร์

จากนั้นนาที 41 พาเลซ ชวดได้ประตูอีกครั้ง ไมเคิ่ล โอลิเ แทงทะลุช่องให้ ฟิลิปเป้ มาเตต้า หลุดเดี่ยวมาซัดโล่งๆแต่ อลิสซง เบ็คเกอร์ ก็ยังเซฟช่วยทีมได้อีกครั้ง ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล บุกนำ พาเลซ 2-0

ครึ่งหลังเล่นมาได้ 55 นาที กลายเป็น พาเลซ ที่ตามตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ แทงทะลุช่องให้ ฟิลิปเป้ มาเตต้า หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าเขตโทษ ก่อนจะไหลถวายพายต่อให้  อ็อดซอนน์ เอดูอาร์ ยิงโล่งๆเข้าประตูไป

รูปเกมของเจ้าถิ่นในครึ่งหลังดูคักคักกว่าในครึ่งแรกอย่างเห็นได้ชัด นาที 58 เกือบจะตามตีเสมอจากจังหวะสอดมายิงนอกกรอบของ โยอาคิม อันเดอร์เซ่น บอลหลุดเสาแรกออกไปนิดเดียวเท่านั้น 

ก่อนในนาทีที่ 60 เจอร์เก้น คล็อปป์ จะมีการปรับหมากเปลี่ยนตัวคนแรกส่ง ทาคูมิ มินามิโนะ ลงมาเล่นแทน อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด แชมเบอร์เลน

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 83 พาเลซ เกือบตีเสมออีกครั้ง โยอาคิม อันเดอร์เซ่น วางบอลจากแนวรับมาให้ ไมเคิ่ล โอลิเซ่ ได้ซัดในเขตโทษบอลกำลังจะเสียบเสาไกล แต่ อลีสซง ยังปัดทิ้งออกไปได้อีก

ช่วงท้ายเกมนาที 86 ดิโอโก้ โชต้า ลากบอลเข้าเขตโทษก่อนจะโดน บิเซนเต้ ไหวต้า รวบล้มลงไป ผู้ตัดสินต้องย้อนไปเช็ก VAR ด้วยตัวเอง ก่อนจะกลับมาเป่าให้จุดโทษกับ หงส์แดง แล้วเป็น ฟาบินโญ่ ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดให้ ลิเวอร์พูล ทิ้งห่างเป็น 3-1 เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม ลิเวอร์พูล บุกเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 3-1 เก็บเพิ่มเป็น 48 คะแนนบีบช่องว่างจาก แมนฯ ซิตี้ จ่าฝูงเหลือ 9 แต้มแต่ยังเหลือเกมในมือมากกว่าอีกหนึ่งนัด


ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ ลีก ฟุตบอลต่างประเทศ คริสตัล พาเลซ